หนุ่มใหญ่คาดไม่ถึง

เหตุของหนุ่มใหญ่รายหนึ่งโดยเหตุเกิดเมื่อ  วันที่ 1 กันยายน 2563 ทีมข่าวได้รับรายงานว่า นายสมคิด นาข้าม อายุ 48 ปี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากที่ได้เช่าซื้อรถยนต์กับบริษัทแห่งหนึ่ง มีการผ่อนจนครบแล้ว แต่ทางบริษัทกลับไม่โอนเล่มทะเบียนให้ ทั้งที่ปิดบัญชีไปทั้งหมดมานานกว่า 1 ปี

นายสมคิด ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2556 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 5402 ลำปาง กับบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ราคาเช่าซื้อทั้งหมด 532059 บาท ระยะเวลาการผ่อนชำระ 72 งวด งวดละ 7389 บาท ที่ผ่านมาได้ผ่อนชำระตามปกติ แต่ในปี 2561 มีการชำระค่างวดล่าช้าประมาณ 5 งวด โดยในแต่ละงวดดังกล่าว แม้จะล่าช้า แต่ก็ได้จ่ายให้ครบทุกงวดพร้อมกับค่าปรับและค่าติดตามทวงถามตามที่บริษัทแจ้งมา หลังจากนั้นก็ได้จ่ายค่างวดตามปกติเรื่อยมา

 

ปลายเดือนมีนาคม 2562 ขณะนั้นตนมีปัญหาการเงินและติดค้างค่างวด 3 งวดสุดท้ายของการเช่าซื้อ ก่อนจะตัดสินใจไปยืมเงินมาก้อนหนึ่งเพื่อปิดบัญชีกับทางบริษัท โดยทางบริษัทได้แจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เป็นค่างวดคงค้าง ค่าปรับ และ ค่าติดตามทวงถามอีก 1500 บาท ตนก็ได้จ่ายไปทั้งหมดเพื่อปิดบัญชี

หลังจากนั้นอีกประมาณ 3 เดือน ทางบริษัทได้ส่งชุดเอกสารสำหรับโอนกรรมสิทธิ์รถมาให้ พร้อมกับแจ้งให้ส่งเอกสารพร้อมกับโอนค่าธรรมเนียมการโอนรถอีกหนึ่งพันกว่าบาท ตนเองก็ได้ส่งเอกสารพร้อมโอนเงินไปให้ แต่ปรากฏว่า หลังจากนั้นทางบริษัทก็เงียบไป เมื่อโทรศัพท์ไปทวงถามกลับแจ้งว่า ไม่สามารถโอนรถให้ได้ เนื่องจากติดค้างค่าติดตามทวงหนี้อยู่เกือบสองหมื่นบาท ส่วนเงินค่าธรรมเนียมการโอนที่โอนมาให้ก่อนหน้านี้ ไม่สามารถคืนให้ได้ เนื่องจากเงินเข้าระบบไปแล้ว

 

นายสมคิด ยืนยันว่า ตนได้จ่ายเงินครบทั้งค่างวด ค่าปรับ และ ค่าติดตามทวงถาม มีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินพร้อมใบเสร็จรับเงินที่ทางบริษัทได้ส่งมา จึงไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทไม่ยอมโอนรถให้ทั้งที่ได้ปิดบัญชีไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งภายหลังที่บริษัทแจ้งว่า ตนติดค้างค่าติดตามทวงถาม ก็ไม่มีการชี้แจงว่าเป็นของงวดไหน เป็นเงินเท่าไร และวิธีการคิดอย่างไร จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ตนเดือดร้อนหนัก เพราะตกงานมานานหลายเดือน จะนำรถไปเข้าไฟแนนซ์ นำเงินมาหมุนเวียนก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีเล่มทะเบียนรถ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและร้องเรียนกับสื่อให้ช่วยตรวจสอบ

หลังแจ้งความ นายสมคิด ได้เดินทางไปที่บริษัทไฟแนนซ์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบและชี้แจงว่ายอดปิดบัญชี ณ วันที่ 11 มีนาคม 2562 มียอดรวมทั้งหมดทั้งค่างวดและค่าปรับรวม 39137 บาท และในวันดังกล่าวนายสมคิดได้ชำระมา 25221 บาท เงินจำนวนนี้ทางบริษัทได้ตัดเป็นค่างวดสามงวดสุดท้าย ส่วนเงินที่เหลือตัดเป็นค่าติดตามทวงถาม แต่ยังคงมีหนี้ค่าติดตามคงค้างอีก 13915 บาท ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ได้