ไม่ทำตาม เงื่อนไขคลัง สังปิดทันที

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาว โซเชียลต่างติดตาม ละต้องบอกว่า ไม่น่าเลยนะ แบบนี้ ไม่ดีเลย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.63 นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ร้านค้าอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือทำ การด้วยวิธีการอื่นๆ ที่ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้น

เนื่องจากเป็นการเอาเปรียบประชาชน และทำลายบรรย ากาศของการจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งเป็นการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ตลอดจนช่วยให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มมากขึ้น

รองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า หากท่านพบพฤติกรรมการขึ้นราคาสินค้า หรือใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ อาทิ การรวมค่าบริการอินเตอร์เน็ตมือถือของร้านค้าอยู่ในราคาสินค้า

ท่านสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการสามารถส่งข้อมูลมาที่ [email protected] หรือติดต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 02-273-9020 ต่อ 3697, 3527, 3548, 3509 (เวลาราชการ) หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1144 (24 ชั่วโมง)

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังประสานขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและตรวจสอบประเด็นดังกล่าวด้วยแล้ว หากตร วจสอ บพบว่ากระทำที่ผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้แอพพลิเคชัน ตลอดจนการจ่ายเงินของร้านค้าทันที และอาจจะดำเ นินการตามก ฎหม ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

จึงขอความร่วมมือร้านค้าให้ซื่อสัตย์ต่อประชาชนและขอให้ประชาชนรักษาสิทธิของตัวเองด้วย โดยขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการอย่างเคร่งครัด

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 30 พ.ย.63 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 8.7 แสนร้านค้า และผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9,515,956 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 31,777 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 16,226 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 15,551 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 184 บาทต่อครั้ง

โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สงขลา, นครศรีธร รมราช, สุราษฎร์ธานี และชลบุรี ตามลำดับ