มหาสารคาม เรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุ 229 ราย

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลต่างติดตามต้องบอกว่า บันเทิงเลย จากกรณีมีการเรียกเก็บเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนจากผู้สูงอายุ ที่รับบำนาญจากหน่วยงานของรัฐ โดย จ.มหาสารคาม มีผู้สูงอายุที่ถูกเรียกเก็บเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนทั้งสิ้น 229 ราย เฉพาะที่ ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีผู้สูงอายุถูกเรียกเก็บเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนทั้งหมด 4 ราย

วันที่ 3 ก.พ. ที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 1 บ้านโพนทอง ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม นายประนอม อุทรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พร้อมนำข่าวดีมาบอกให้กับผู้สูงอายุ 4 คน ได้แก่ นางสวน วังสอง อายุ 87 ปี นายโสภี สุขวี อายุ 70 ปี นายคำสิงห์ ทาชาด อายุ 67 ปี

และ นายไพรัช ประภาวิชา อายุ 62 ปี ซึ่งทั้งหมดถูกเรียกเก็บเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน เนื่องจากรับบำนาญจากภาครัฐ ว่าภาครัฐให้ชะลอการส่งคืนเงิน และชะลอการดำเนินคดี เพื่อให้ผู้สูงอายุทั้ง 4 รายคลายความกังวลใจ

 

นายประนอม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวในสื่อต่าง ๆ ว่ามีผู้สูงอายุถูกเรียกเก็บเงินเบี้ยยังชีพคืน เนื่องจากเป็นผู้รับบำนาญหรือบำนาญพิเศษ ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน จึงขอให้ชะลอการส่งเงินคืน และชะลอการดำเนินคดี จึงได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ และสร้างความเข้าใจให้ผู้สูงอายุ และญาติ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือ ซึ่งจากการพูดคุยทุกคนเมื่อทราบข่าวก็รู้สึกสบายใจ เพราะลำพังมีแต่เงินเดือนผู้สูงอายุก็ไม่ได้มากมาย ซึ่งภาครัฐก็จะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

 

ส่วน นางสวน วังสอง อายุ 87 ปี เล่าว่า เมื่อปี 2541 บุตรชาย คือ ส.ต.ต.บุญล้วน วังสอง ขณะนั้นเป็นตำรวจ อยู่ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จากไประหว่างปฏิบัติหน้าที่ ตนเริ่มรับเบี้ยเงินบำเหน็จตกทอดจากบุตรชายมาตั้งแต่ปี 2543

ต่อมาเมื่อปี 63 ที่ผ่านมา ทาง อบต.หนองคู ได้แจ้งว่าถูกเรียกเก็บเงินคืนเพราะรับเงินซ้ำซ้อนเป็นเงินกว่า 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ด้วยความกลั วจึงได้เซ็นต์ชื่อรับสภาพหนี้ และผ่อนให้เดือนละประมาณ 2,000 บาท พอได้ทราบข่าวว่าให้ชะลอการส่งเงินก็รู้สึกดีใจ เพราะตนไม่มีรายได้อะไร มีเพียงเงินบำเหน็จตกทอดรายเดือน และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเท่านั้น

ด้าน นายโสภี สุขวี อายุ 70 ปี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานขับรถรับส่งโรงพย าบาลพยัคฆภูมิพิสัย พอเกษียณทางผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งว่าให้นำสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านมาลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งตนก็ได้ไปยื่นเอกสาร และได้รับเงินเรื่อยมา จนกระทั่งถูกเรียกเก็บเงินคืนเป็นเงินกว่า 70,000 บาท และได้เซ็นต์รับสภาพหนี้ไปแล้ว

โดยได้ผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1,200 บาท ที่ผ่านมาก็ขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามตลาดนัด ตอนนี้ช่วง  C V-19 รอบสอง ทำให้ขายของไม่ค่อยดี ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ พอทราบข่าวว่าให้ชะลอออกไปก่อนก็ดีใจ เพราะตนมองว่า ตนเองทำงานมา 36 ปี ก็น่าจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน