แม่น้องปัดตอบเป็นพยานให้ ช่วงชมพู่ถูกอุ้ม ลุงพลส่อวุ่น

สำหรับข่าวนี้ ยังคงติดตามกันทั้งโลกโซเชียลเหมือนเดิม มื่อวันที่ 3 ก.ย.63 ทีมข่าวรายงานที่บ้านของน้องชมพู่ ได้มีการต่อเติมห้องครัวเพิ่ม โดยมีการก่ออิฐผนังหลังบ้านขึ้นมาเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้พ่อแม่ของน้องชมพู่ได้อยู่บ้านตลอดทั้งวัน โดยระหว่างวันไม่ได้มีคนมาเยี่ยมมากนัก ส่วนกรณีที่ลุงพลไปออกโทรทัศน์กับป้าแต๋น ทางครอบครัวก็ไม่ได้เปิดโทรทัศน์ดู

ได้สอบถามนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ กรณีที่พูดหน้ากระดูกของน้องชมพู่เมื่อวานนี้ โดยแม่ของน้องชมพู่ ให้ข้อมูลว่า คำพูดนั้นไม่ได้มีนัยอะไร เพียงแต่นำของกินไปให้บุตร และพูดกับบุตรด้วยความเอ็นดูก็แค่นั้น ส่วนเรื่องพ่อแบม นั้นตนมองว่าเป็นเรื่องของเขา 2 คน ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็น ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ตำรวจที่เก็บข้อมูลเป็นผู้พิจารณาว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะทุกคนก็ถูกจับแยกสอบปากคำทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีความกังวลเรื่องการจับคนร้ายให้ได้ไว ๆ เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กรณีพ่อแบมยืนยันเรื่องเวลาว่า เจอลุงพลที่สวนยางใกล้บ้านในเวลา 9 โมงกว่า ในวันที่น้องชมพู่หายตัวไป ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ นายประวิทย์ วะไลใจ ชาวบ้านกกกอก เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องที่พ่อแบมบอกว่าเจอลุงพลที่สวนยางในเวลา 9 โมง ส่วนลุงพลแย้งว่าเจอกันตอน 7 โมง ตนมองมีความเป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง ซึ่งตนให้น้ำหนักครึ่ง ๆ เพราะพ่อแบม อาจจะได้เจอกับลุงพลจริง ๆ ตามที่เขาพูด แต่ตนก็ไม่มั่นใจเรื่องเวลาว่าจะตรงหรือไม่ เพราะก็มีความเป็นไปได้ที่พ่อแบมจะจำเวลาคลาดเคลื่อน แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับพ่อแบม ซึ่งตนก็มีความสนิทกับลุงพลและพ่อแบมเท่ากันทั้ง 2 คน แต่ตนก็เชื่อว่าพ่อแบมนั้นเห็นลุงพลจริง ๆ เพราะลุงพลก็ยอมรับว่าอยู่สวนยางจริง ๆ เพียงแต่เรื่องเวลาไม่ตรงกัน ส่วนเรื่องเวลาตนรับประกันไม่ได้

นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องนี้ตนคิดว่าจะมีความชัดเจนมากกว่าเดิมต่อเมื่อ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขึ้นรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยในทางเรื่องจะออกได้ทั้ง 3 ทาง คือ ออกหมายจับ, ชะลอความ และสรุปว่าเด็กไปตายเอง

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทั้งหมดอยู่ที่ตำรวจ เขาอาจจะมีข้อมูลเยอะ แต่คิดว่าคำพูดของพ่อแบมไม่ได้มีผลต่อเรื่องทั้งหมด เพราะต้องมีหลักฐานอย่างอื่นประกอบด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าตำรวจต้องมีหลักฐานมากพอสมควร ตนยกตัวอย่างเรื่องลุงสงบ คนเร่ร่อนที่ทางอมรินทร์ไปเจอ ซึ่งตำรวจไม่เคยตามเรื่องลุงสงบเลย จึงมีความเป็นไปได้ว่า ตำรวจมีหลักฐานอื่น ๆ มากกว่าที่เรารู้ จึงไม่สนใจลุงสงบ

เมื่อสรุปความน่าเชื่อถือจากคำให้การของพ่อแบม สำหรับนางสาวิตรี บอกว่า ไม่ขอออกความคิดเห็น ตำรวจเป็นผู้พิจารณาเอง ด้านลุงพล บอกว่า ไม่เป็นความจริง