ให้เพิ่มเงินอีกเป็น 6000

วันนี้ 9 มิ.ย.64 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จัดการประชุมประจำเดือนมิ.ย.64 โดยมีนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานกกร. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายสนั่ น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมในการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ทั้งนี้กกร. ขอให้ภาครัฐดำเนินการในประเด็นเหล่านี้

1.เร่งฉี ดวั คซี นให้ได้ตามเป้าหมายและบริหารจัดการมาตรการคว บคุ มโร คอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว ไปพร้อมกับการเร่ ง ออกแผนสนับสนุนการท่องเที่ยวตามรูปแบบของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวั คซี น และทยอยขยายขอบเขตไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นต่อไป ซึ่งหากสำเร็จเชื่อว่าจะช่วยให้การฟื้ นตัวของเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แทนที่จะเป็นไตรมาสที่ 1 ของปีหน้าตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์

2.เพิ่มมาตรการช่วยเหลือด้านกำลังซื้อภาคประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ให้เข้ามาพยุ ง กำลังซื้อได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 โดยพิจารณาเพิ่มวงเงินสนับสนุนการใช้จ่ายจาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้มีเม็ดเงินสะพั ดในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจาก 9 หมื่นล้านบาท เป็น 1.8 แสนล้านบาท

เมื่อรวมเม็ดเงินของประชาชนที่นำออกมาใช้จ่ายคู่กับเม็ดเงินจากโครงการคนละครึ่ง จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้ นเร็วขึ้นและเติบโตตามเป้าหมายในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ จากเดิมคาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้ นตัวไตรมาส 1 ปี 2565

3.พิจารณาแนวทางมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ (E-voucher) ให้มีความยื ดหยุ่ นมากขึ้นจะช่วยผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภา ษี มูลค่าเพิ่ม ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ให้ผู้บริโภคสามารถนำเงินที่ใช้จ่ายสำหรับซื้อสินค้าและบริการ มาใช้เพื่อลดหย่อ นภ า ษีเงินได้โดยตรง ซึ่งเชื่อว่าจะอำนวยความสะดวกและดึ ง ดู ดกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้น

จากที่ได้มีการนำมาตรการช่วยเหลือลูกห นี้ออกมาให้ธนาคารต่างๆ ดำเนินการ ทาง กกร. ได้รับทราบประเด็นปัญห าเกี่ยวกับมาตรการทั้งสองจากสมาชิก ทั้งนี้ กกร. กำลังอยู่ในระหว่างการหารือเพื่อหาแนวทางการปรับปรุงเงื่อนไขโครงการและหลักการทั้ง 2 เพื่อนำเสนอกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป