ถ้า พล.อ.ประยุ ทธ์ ไม่ทำอะไร คลองโอ่งอ่าง คงไม่เหมือนวันนี้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียล ต่างติดตาม และต้องบอกว่า เหมือนย้อนยุคไป ต้นยุครัฒนโกสินเลย 17 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐ มน ตรี และร มว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถ้าเป็นเมื่อสี่ห้าปีก่อน หากไปบอกกับใครว่าพายเรือในคลองโอ่งอ่างจากสะพานเหล็ก ทะลุคลองผดุงกรุงเกษม ไปชนแม่น้ำเจ้าพระย าที่เทเวศร์ คงถูกหาว่าฝันกลางวัน

แต่วันนี้ “ทำได้แล้วครับ” คลองโอ่งอ่างกลายเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ใครๆ ต้องมา Check in สองฝั่งคลองเป็นถนนคนเดิน กลางคืนเปิดไฟส่องสว่างสวยงาม

คลองโอ่งอ่างวันนี้ เกิดขึ้นได้จากการสั่งการของท่านนาย กฯ พลเอกประยุ ทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่มี คสช. โดยท่านมอบหมายให้ กทม. ปรับปรุงภูมิทัศน์ และย้ายผู้ค้าในตลาดที่สร้างคร่อมคลองออกไป ตอนนั้นท่านโดนตำหนิและต่อว่ารุนแรงว่ารังแกประชาชน ไปยึดที่ทำมาหากินของพวกเขา ทั้งๆ ที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ถูกยึดเอาไปทำมาค้ าข ายนานถึง 40 ปี

ถ้าท่านกลัวคนด่า ไม่ทำอะไร คลองโอ่งอ่างก็คงไม่เป็นอย่างที่เห็นวันนี้ การเดินทางไปคลองโองอ่างสะดวกมาก ด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ลงที่สถานีสามยอด ข้ามถนนไปก็ถึงเลย

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย หัวลำโพง-หลักสอง ทำให้ย่านเมืองเก่าในเกาะรัตนโกสินทร์ อย่างเช่น คลองโอ่งอ่าง เยาวราช สำเพ็ง สะพานหัน พาหุรัด กลับมามีช ีวิ ต คึกคึกขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย

โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย หัวลำโพง-หลักสอง และบางซื่อ-ท่าพระ เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 ในส่วนของการก่อสร้างงานโยธา แต่ยังไม่มีผู้ที่จะมาวางระบบรางและเดินรถ การหาตัวผู้ลงทุนเป็นไปอย่างเชื่องช้ามาก จนเมื่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ เปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม ปี 2559 แต่รถไฟฟ้าสายนี้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดิม หัวลำโพง-บางซื่อ ที่สถานีเตาปูนได้ ทั้งๆ ที่มีสถานี มีทางมารออยู่นานแล้ว

ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่ วงที่จะเดินทางเข้าเมืองจึงต้องออกจากสถานีเตาปูน นั่งชัตเทิลบัสไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อ ซึ่งห่างออกไป 1 กิโลเมตร เกิดความไม่สะดวกและเสียเวลามาก

เกิดภาวะรถไฟฟ้า ฟันหลอ  ที่เตาปูน เพราะว่าสถานีเตาปูนและการเดินรถจากเตาปูนไปบางซื่อ อยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ท่าพระ ซึ่งยังไม่มีผู้ลงทุนระบบรางและเดินรถ แม้จะสร้างเสร็จนานแล้ว

พลเอกประยุทธ์ตัดสินใจแก้ปัญหา โดยออกคำสั่ง คสช. ใช้ ม.44 ให้อำนาจคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน เจรจากับผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดิม คือบริษัท BEM ให้มาลงทุน ระบบรางและเดินรถส่วนต่อขยายด้วย โดยเร่งรัดให้เปิดใช้สถานีเตาปูนให้เร็วที่สุด แทนการเปิดประมูลทั่วไป เพื่อให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งสายเปิดบริการให้เร็วที่สุด โดยมีผู้เดินรถรายเดียวต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน ทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถ และไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าระบบ 2 ครั้ง ปีถัดมา อาการฟันหลอของรถไฟฟ้าก็หายไป เมื่อระบบรางจากสถานีเตาปูน-บางซื่อ เสร็จเรียบร้อย เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้ในเดือนสิงหาคม ปี 2560 และอีก 2 ปีต่อมา สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ก็เปิดให้บริการช่วงสถานีมังกร-หลักสอง และทยอยเปิดจนเต็มเส้นทางเมื่อต้นปีนี้

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีระยะทาง 47 กิโลเมตร จำนวนสถานี 39 สถานี เก็บค่าโดยสารในอัตรา 16-42 บาทเท่าเดิม เป็นผลจากการเจรจากับผู้รับสัมปทาน โดยไม่เก็บค่าโดยสารเพิ่มในส่วนต่อขยายที่มีระยะทางเพิ่ม 27 กิโลเมตร 21 สถานี แลกกับการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ

การฟื้นฟูคลองโอ่งอ่าง การเร่งรัด การเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้เร็วที่สุด เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้น จนคนส่วนใหญ่ลืมไปแล้วว่ามาอย่างไร เช่นเดียวกับ โครงการขุดลอกคูคลองในกรุงเทพฯ และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ในขณะนี้ ที่เป็นนโยบายของท่านนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ยุค คสช. มาจนถึงปัจจุบัน