FC ขอเงิ น คืนจาก ไชย์พล 3 ล้าน

เป็นอีหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลต่างติดตตามและต้องบอกว่างานงอก ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.64 เวลา 09.00 น. ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี รายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานเครือข่ายช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม เดินทางลงพื้นที่วัดดานพระอินทร์ จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยนายวีระเกียรติ สานุทัศน์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร เพื่อพบกับพระอนุชา หรือพระพล เจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ซึ่งทางวัดได้ติดต่อให้ ทนายสมเกียรติ โรจนะวรกมล ทนายความส่วนตัวของลุงพล-ป้าแต๋น เป็นคนกลางในการเจรจาในครั้งนี้

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ในระหว่างที่นายอัจฉริยะ ลงพื้นที่ดำเนินการขอตรวจสอบวัดดานพระอินทร์ มีกลุ่มชาวบ้านแต่งชุดขาว ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมกว่า 80 คน มาเฝ้าติดตามการตรวจสอบของนายอัจฉริยะ พร้อมทั้งถือป้ายข้อความกว่า 5-6 ป้าย ระบุว่า วัดดานพระอินทร์เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม, วัดไม่ได้ทำผิดกฎหมาย นายกช่วยด้วย ลุงตู่ช่วยด้วยคะ เราเป็นชาวพุทธเหมือนกันกับท่าน อย่าทำลายพุทธศาสนาวัดไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

จากนั้นได้ตั้งโต๊ะยาว เพื่อพูดคุยกัน โดยนายอัจฉริยะ จะเป็นคนซักถามในข้อสงสัย และมีทนายสมเกียรติ ในฐานะตัวแทนวัด เป็นคนนำเอกสารมาให้ตรวจสอบ ทนายสมเกียรติพูดคุยก่อนเริ่มให้มีการตรวจสอบว่า พร้อมที่จะให้มีการดำเนินการตรวจสอบ และตอบทุกข้อสงสัย เรื่องไหนที่ตอบโดยตรงไม่ได้ ก็จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นคนดำเนินการ แต่ภาพรวมเดินทางมาในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และตอบเกี่ยวข้องกับเอกสารที่ยืนยันได้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเป็นทนายให้กับวัด

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

จากนั้น นายอัจฉริยะ ได้สอบถามเกี่ยวกับเอกสารการตั้งเจ้าเอาวาสวัด-ที่ดินวัดดานพระอินทร์ ซึ่งทางด้านของวัดก็ได้มีการยื่นเอกสารให้นายอัจฉริยะ ตรวจสอบ โดยในข้อสงสัยของนายอัจฉริยะ ทางวัดได้มีเอกสารยืนยันครบถ้วน มีเอกสารสิทธิ์และเอกสารถูกต้องตามระเบียบของสำนักพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร

นายอัจฉริยะ ได้หันไปพูดคุยกับพระพลเกี่ยวกับแร่เหล็กไหล ระบุว่า ภาพหลักฐานที่พระพลถือแร่เหล็กไหล ซึ่งพระพลตอบนายอัจฉริยะว่า ได้มอบให้ลุงพลไปแล้ว เพราะเนื่องจากเป็นของลุงพล ได้นำไปประกอบและใส่เข้าไปในองค์พญานาคแล้ว ซึ่งพระอาจารย์ได้บอกว่าเป็นเพียงขี้เหล็กไหล และไม่รู้ว่าเป็นแร่เหล็กจากถ้ำเขาอึมครึมกาญจนบุรีหรือไม่ เพราะอาตมาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเหล็กไหลและไม่เคยเห็น พระพล ยังพูดกับนายอัจฉริยะว่า เรื่องเหล็กไหลที่เป็นก้อนดำ ทรงกลม ลุงพลได้นำมาให้เพื่อทำพิธีอธิษฐาน โดยไม่รู้ว่าเป็นแร่เหล็กชนิดใด ซึ่งทุกอย่างก็ได้รับถวายมาทั้งนั้น ดังนั้นให้ย้อนกลับไปดูจากช่องยูทูบจะเห็นว่ามีการถ่ายในขณะที่ลุงพลนำมาให้ ส่วนอีก 2 ลูก ก็เป็นของลุงพลอีกเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้พระพลได้ให้ลูกศิษย์ไปยกพานสีทอง ที่มีพระพุทธรูปเก่า อ้างว่าเป็นพระ 1,000 ปี จำนวน 2 องค์ มาให้ตรวจสอบ โดยทนายสมเกียรติ พูดขึ้นมาก่อนใครว่า ผมเป็นเซียนพระ เล่นพระอยู่แล้ว เป็นพระที่หาซื้อตามท่าพระจันทร์ ไม่ใช่พระของจริง ยกไปเก็บเถอะไม่ต้องเอามาตรวจสอบ ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงประชุมในวันนี้ เป็นการพูดตัดบทเพื่อไม่ต้องตรวจสอบ หรือพูดถึงพระพุทธรูปเก่าที่อยู่ในพาน

หลังจากนั้น พระพล ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้หลังจากที่นายอัจฉริยะ เข้ามาตรวจสอบวัดดานพระอินทร์ อาตมาไม่ได้มีความกังวลใจอะไร ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนเข้ามาช่วยดำเนินการตรวจ ทำให้วัดสะอาดขึ้น ซึ่งเป็นการตอบข้อสงสัย สังคมอยากรู้อะไรก็จะได้ทราบ และยืนยันว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยจิตศรัทธาของญาติโยม และชาวบ้านในพื้นที่ ตนเป็นเพียงพระธุดงค์ที่ผ่านมา แล้วมาช่วยบูรณะทำให้วัดเป็นวัดมากยิ่งขึ้น โดยตอนนั้นขณะที่ธุดงค์ผ่านมาที่วัด มีหลวงพ่อรูปก่อนจำวัดอยู่ จากนั้นมีศาลาที่ถูกไฟลุกไหม้วัด อาตมาเข้ามาจำวัดอยู่ก็ได้ช่วยบูรณะ แล้วช่วยสร้างจากกุฏิเดิมที่ไฟไหม้ ให้มีลักษณะอยู่อาศัยได้จนถึงปัจจุบัน และเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2544 เรื่องรถและพาหนะที่ใช้ อาตมายืนยันว่าไม่ได้มีรถส่วนตัว

โดยจะเป็นรถของลูกศิษย์ที่มารับและส่งในสถานที่ต่าง ๆ และในตัวของลุงพลก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์คนหนึ่ง ไม่ได้ต่างอะไรจากลูกศิษย์คนอื่น หรือญาติธรรมคนอื่น อาตมาพร้อมที่จะให้ธรรมะกับทุกคน ไม่ได้เน้นหรือให้คำปรึกษาใครเพียงคนใดคน อาตมาอยากให้ลุงพลคิดก่อนพูด และเวลาจะพูดอะไรออกไป ก็ให้นึกถึงหน้าของอาตมา เพราะหลายคนมองว่าลุงพลเป็นลูกศิษย์ของอาตมา ดังนั้นถ้าลุงพลพูดอะไรไม่ดีออกไป คนก็จะมองว่าพระอาจารย์เป็นคนไม่ดีเช่นเดียว สติเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุด


เมื่อเวลา 12.20 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานเครือข่ายช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม เดินทางมาที่ สภ.กกตูม เพื่อติดตามความคืบหน้า และแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติม คือ 1.ฉ้อโกงประชาชน 2.การกระทำผิดเข้าข่ายการฟอกเงิน 3.แจ้งความเท็จ ซึ่งลุงพลจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาการฟอกเงินและฉ้อโกง ส่วนป้าแต๋นจะต้องโดนข้อหาแจ้งความเท็จ ซึ่งตนมีพยานหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะตัวป้าแต๋น มีการให้เลขบัญชีกับผู้เสียหาย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่น.ส.จูน เพียงคนเดียว ตนได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว และยังสืบทราบว่า มีธนาคารออมสิน ธนาคาร ธ.ก.ส.

ทั้งนี้ตนยังสืบทราบว่า มีผู้เสียหายหลายคนพยายามขอเงินคืน แต่ป้าแต๋นไม่คืนเงินให้ ดังนั้นป้าแต๋นจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่รู้เรื่อง เพราะว่ามีการรับโอนเงิน อีกทั้งให้เลขบัญชี แล้วเบิกเงินไปใช้ จึงมีความผิดทันที แต่ถ้าป้าแต๋นไม่นำเงินออกไปใช้ ก็คงไม่มีความผิด แต่การกระทำมีความขัดแย้ง เพราะป้าไม่เคยประกาศงดรับบริจาค

ทั้งที่รู้ว่ามีเงินเข้า และที่สำคัญจนถึงทุกวันนี้ไม่มีใครรู้ว่ามียอดเงินเข้าจำนวนเท่าไร ส่วนพรุ่งนี้ (19 ก.พ.64) ตนเตรียมพาน.ส.จูน เข้าสอบปากคำเพิ่มในฐานะพยาน ในเวลา 09.00 น. ที่สภ.กกตูม ซึ่งน.ส.จูน จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอเลขบัญชี การโอน การขอเงินคืน อย่างไรก็ตาม ตนยังประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ปปง.เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทาง ทั้งตัวของลุงพลและกลุ่มยูทูเบอร์ และยังทราบว่ามีนางรำคนหนึ่ง มึเงินหมุนเวียนเยอะ และมียอดเข้าออกหลักแสน

 

เรื่องของบัญชีการเปิดรับบริจาค ที่ป้าแต๋นเคยพูดว่า หากแฟนคลับคนไหนต้องการเงินบริจาคคืน ให้ส่งสลิปการโอนเงินมา แล้วจะโอนเงินคืนกลับไปให้นั้น ลุงพลและป้าแต๋น กล่าวว่า สำหรับคนที่โอนเงินมานั้น ตนก็พร้อมยินดีที่จะคืนเงินให้ ต้องมาตรวจสอบว่าแฟนคลับโอนเข้ามาบัญชีไหน เพราะถ้าโอนเข้ามาในบัญชีของการจัดสร้างพญานาค และบัญชีการสร้างศาลาวัดภูหลวงนั้น จะไม่มีการคืนเงินให้ เนื่องจากได้นำเงินไปใช้ถูกวัตถุประสงค์แล้ว และเงินส่วนนั้นก็ถูกนำไปใช้แล้ว ก็ไม่สามารถคืนได้ ส่วนบัญชีป้าแต๋นที่มีคนนำไปโพสต์ขอบริจาคนั้น ยืนยันว่าจะคืนเงินให้แต่แฟนคลับต้องนำสลิปมาโชว์ ตนก็พร้อมที่จะโอนคืนตามจำนวนจริง ขณะที่ป้าแต๋น กล่าวต่อว่า จะไม่มีการปิดบัญชี และตนได้นำ Statement มอบให้กับทนายไปแล้ว แต่ตนไม่ได้ดูว่าเงินในบัญชีมีเท่าไร