สองลุงป้า ขๅยส้มตำรถพ่วงข้าง ส่งลูกเรียนจบ ป.ตรี ได้รับราชการ 2 คน

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวตัวอย่างที่ดีที่ชาวโซฌชียลต่างติดตามและออกความคิดเห็น  และขอบอกเลย ว่าเข้ากับบทคว ามนี้มาก  (สองมือเท่านั้นที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง) เพื่อน ๆ หลายคนคงจะเคยเห็นพ่อแม่บางคน เรียนจบแค่ ป.4 แต่สามารถส่งลูกสองสามคนให้เรียนจบปริญญาตรีได้ ด้วยความรักและพลังของคำว่า พ่อ แม่ พวกเขาสองคนทำทุกอย่างได้เพื่อลูกจริง ๆ บุญคุณนี้ต่อให้เอาอะไรมาเทียบทั้งโลกเราก็ไม่สามารถที่จะตอบแทนได้หมดเลย เพราะสิ่งแรกที่พ่อแม่ให้เราคือการให้ชีวิต ให้เราได้เกิดมาเป็นคนนั้น นับว่าประเสริฐที่สุดแล้ว

ความรักของพ่อแม่คือ อยากเห็นลูกมีความสุข และอยากทำให้ลูกเป็นสุข แล้วก็มีความสุขเมื่อเห็นลูกเป็นสุข เมื่ออยากเห็นลูกมีความสุข พ่อแม่ก็พยายามทำทุกอย่างให้ลูกมีความสุข วิธีสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ลูกมีความสุข ก็คือการให้แก่ลูก เพราะฉะนั้น พ่อแม่ก็จะมีความสุขในการให้แก่ลูก เพราะการให้นั้นเป็นการทำให้ลูกมีความสุข

ร้านส้มตำเจ๊พิญ เปิดขๅยตั่งแต่เวลา 09.30 น.จนถึงของหมด (ไม่มีวันหยุด) 2 สามีภรรยาขๅยบนรถสามล้อพ่วง ขๅยมานานกว่า 10 ปี จะขี่รถจักรยานยนต์พ่วงเร่ขๅยบริเวณหน้าโรงงาu วัดสว่างอารมณ์ และอีกหลายที่ใกล้เคียงคลองใหม่ สามพราน

เจ้าของร้าน นางพิญญา เริญไทสง อายุ 47 เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนทำงาuโรงงาuและสามีวิ่งรถส่งสินค้า คิดว่ามีฝีมือในการทำอาหารอีสาน จึงต่อรถจักรยานยนต์พ่วงข้างทำเป็นร้านขๅยส้มตำและไก่ย่าง มานานกว่า 10 ปี

ตอนนี้ขๅยส้มตำส่งลูกเรียนจบปริญญาทั้งสองคนแล้ว แต่ก็ยังขๅยส้มตำอยู่เพราะไม่อ ย า กจะอยู่เฉย ๆ เมนูที่ร้าน ตำปูไทย, ตำปูไทยไข่เค็ม, ตำป่า, ตำหอยดอง, ตำปูปลาร้า, ซุปหน่อไม้, น้ำตกหมู, ลาบหมู, ไก่ย่าง, ข้าวเหนียว ฯลฯ ราคาเริ่มต้น 35 บาท

นางพิญญา เริญไทสง บอกว่า ตนเองเรียนมาน้อยพอเติบโตมาก็ต้องมาทำงาuเป็นลูกจ้างตามโรงงานต่าง ๆ ในจังหวัดนครปฐม มาหลายปี พอมีครอบครัวทำงาuทั้งได้เงินเดือนมาก็ไม่พอใช้ต้องประหยัดอดออมพอมีลูก 2 คนยิ่งต้องประหยัดสุดๆจึงได้คุยกันว่าออกจากงาuประจำมาขๅยของกันดีกว่า

ก็มีรถจักรยานยนต์อยู่คันหนึ่งจึงได้นำเอารถไปต่อเป็นรถพ่วงข้าง มาขๅยส้มตำตามหน้าโรงงาuบ้างที่วัดบ้าง ส่งลูกเรียนแต่เส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบเท่าไรนัก ก็ต้องอดมื้อกินมื้อเหมือนกันเนื่องจากว่าลูกยังเล็กและเรียนหนังสือด้วย

แต่ก็ต้องอดทนพอลูกชายทั้ง 2 คน ๆ โตเรียนจบปริญญาตรีก็ไปสอบได้เป็นครูและลูกชายคนเล็กก็เรียนจบปริญญาตรีเช่นกัน และก็ได้ไปสอบติดตำรวจนายสิบได้รับราชการทั้ง 2 คน ก็ต้องถึอว่าโชคดีที่ลูกทั้ง 2 คนได้ดิบได้ดี

เห็นไหมคะว่า ความทุ่มเทและแรงบันดาลใจที่จะให้ลูกนั้นได้ดี และไม่ต้องมาเป็นพ่อค้าแม่ค้า ตากแดดตากลม ตกระกำลำบากเหมือนพวกเขา พ่อแม่ ยินดีที่จะเหนื่อຍเพื่อให้ลูกนั้นมีอนาคตที่ดี อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้คิดได้

นานเท่าไหร่แล้วที่เราใช้เวลาอยู่แต่กับเพื่อนและคนรัก โดยที่เราก็คิดมาตลอดว่า เราก็จะอยู่กับพ่อแม่เหมือนกันแต่ค่อยอยู่ด้วยภายหลังก็ได้ เราคิดแบบนี้มาทุกวัน จนพ่อแม่ก็เริ่มแก่ลง ทุกวัน..ทุกวัน เพียงแต่เราดูไม่ออก สุดท้ายแล้ว เมื่อเราถูกทิ้ง คนที่ยังอยู่กับเราตั้งแต่เริ่มจนจบก็คือพ่อแม่ เขาไม่เคยบอกเราว่ารักเราเพราะอะไร และเขาก็ไม่เคยบอกเลิกเราเช่นกัน