สมควร ยอมบอกความจริง สาวิตรีเตรียมงานเข้า

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ได้มีคลิปเสียงบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดกับน้อชมพู่ ซึ่งลุงพลที่ได้ฟังเองก็เปิดเผยว่า คลิปเสียงนี้จะน่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องพิสูจน์ ส่วนประเด็นที่ว่าพ่อกับแม่น้องชมพู่ขึ้นเขาไปตอนตี 1 วันที่ 12 พ.ค.63 ตามที่ผู้ใหญ่บอกในคลิป วันนั้นป้าเต๋น ไปบ้านน้องชมพู่ ช่วงเช้า พบกับ ย ายสมควร บอกว่า แม่ขึ้นไปหาน้องชมพู่ ยังไม่กลับลงมา

พ่อ แม่ น้องชมพู่

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ลุงพลบอกอีกว่า ถ้าคลิปนี้มีมูลความจริง คงต้องเป็นเรื่องที่ตำรวจ สืบหาความจริงต่อไป ขณะเดียวกันตนฟังคลิปแล้ว คิดว่าคนพูดไม่น่าจะพูดเพราะถูกบังคับ ไม่น่าจะตอบแบบรำคาญ แต่พูดออกมาจากความรู้สึก ขณะเดียวกันประเด็นที่มีคนบอกว่าคนก่อเหตุอยู่ในบ้านนั้นหมายความว่าอย่างไร คงจะต้องไปถามคนที่พูด

โดยในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย.63 หากหมอปลา มาหาที่บ้าน ก็คงจะต้องไปหาผู้การจังหวัด เพื่อมอบคลิปเสียงพร้อมหมอปลา เพราะพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างชัด

ส่วนกรณีเพจเฟซบุ๊ก หมอปลาช่วยด้วย เผยแพร่คลิปเสียงสนทนาของหญิงกับชายคนหนี่งที่มีเสียงคล้ายกับนายนิ่ม เงินนาม ผู้ใหญ่บ้านกกกอก โดยเนื้อหาการสนทนาจะเกี่ยวกับค ดีของน้องชมพู่นั้น

ทีมข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านกกกอก ได้พูดคุยกับนายม็อค (นามสมมติ) พย านลุงพล ในฐานะคนในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า กรณีคลิปเสียงที่หลุดออกมา มีการพูดคุยทำนองว่า แม่น้องชมพู่ ขึ้นเขาไปตอนตี 1 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.63 เพื่อตามหาน้องชมพู่เพียงลำพัง ส่วนตัวไม่ทราบว่า จริงหรือไม่ เพราะเริ่มค้นหาชมพู่ในช่วงสาย แล้วมีการค้าหาคนละทาง ไปทางอ่างกบ ไม่ได้ขึ้นไปยังเส้นทางเจอน้องชมพู่ และไม่ได้แวะบ้านน้องชมพู่ จึงไม่รู้ว่าอยู่บ้านหรือไม่

แต่ภายหลังวันที่ 12 พ.ค.63 ตนได้ยินชาวบ้านพูดคุยกันหนาหูว่า พ่อแม่ แอบไปหาลู กที่ภูเหล็กไฟเพียงลำพัง ซึ่งไม่รู้ว่าไปถึงไหน ดังนั้นหากย้อนดูคำสัมภาษณ์เก่า ที่แม่ของน้องชมพู่เคยพูดเอาไว้ ก็จะรู้ว่าเคยพูดจริงว่าไฟส่องกบแบตหมด

ส่วนเรื่องที่ตาชาญ มีการพูดลักษณะทำนองว่าคนก่อเหตุคือคนในบ้านนั้น นายม็อค บอกว่า ตนขอไม่แสดงความเห็น เพราะไม่รู้ตาชาญว่าต้องการสื่อสารถึงอะไร และถ้าหากพูดไปก็จัดสร้างความเดือดร้อน รวมถึงทำให้เกิดความแ ตกแยก ดังนั้นขอไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็น

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว