พบ 2 สองพี่น้องวัย 6 กับ 3 ขวบ แม่ให้ใช้ชีวิตอยู่บ้านตามลำพัง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 63 นายไสว แก้วเจือ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยบรรเทาวังวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านบางคราม หมู่ 4 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของ เด็กชายสองพี่น้อง อายุ 6 และ 3 ขวบ ที่ยู่บ้านตามลำพัง โดยผู้เป็นพี่จะดูแลน้อง หากหิวก็จะพาน้องเดินออกมาริมถนน ขอข้าว ขอน้ำ ขนม จากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกิน ซึ่งทุกวันชาวบ้านข้างเคียงคอยป้อนข้าวป้อนน้ำหาขนมให้กิน ด้วยความสงสาร

โดยหนูน้อยทั้งคู่สวมใส่เสื้อผ้าสกปรกมอมแมม ไม่ได้อาบน้ำ ไม่สวมรองเท้า บางวันสวมเพียงเสื้อตัวเดียว เพราะไม่มีคนคอยดูแล เนื่องจากผู้เป็นแม่อาจมีภาระความจำเป็น ต้องให้อยู่บ้านตามลำพังเพียง 2 คนทุกวัน บางวันแม่หายไปตลอดทั้งวัน บางวันหายไปข้ามวันข้ามคืน

นางดวงพร หนูเงิน อายุ 51 ปีเพื่อนบ้าน กล่าวว่า เด็ก ๆ ถูกแม่ซึ่งเดิมไม่ใช่คนในหมู่บ้าน พามาพักอาศัยอยู่ขนำหลังหนึ่งของชาวบ้านที่สงสารให้พักอาศัยอยู่ฟรีมาได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่แม่จะไม่ค่อยอยู่บ้าน บางวันแม่หายไปทั้งวัน บางวันหายข้ามวันข้ามคืน หรือบางวันกลับมาก็นอน ไม่ได้ดูแลลูก โดยคนเป็นพี่ชายจะพาน้องชายออกมาหาพวกตน และชาวบ้าน ขอข้าวขอน้ำกิน

“พี่ชายจะรักน้องมาก จะคอยดูแลน้อง บางวันสวมแต่เสื้อ ไม่สวมรองเท้า น้ำท่าไม่ได้อาบ และยังไม่ได้กินข้าว ก็จะพาน้องออกมาขอข้าวกิน ชาวบ้านก็พยายามให้ความช่วยเหลือ พยายามป้อนข้าว ป้อนน้ำ ให้กิน เพราะสงสาร ตัวเล็กนิดเดียว บางวันเอากระสอบปุ๋ยมารองนั่ง รอป้า ๆ ช่วยเหลือ” นางดวงพร กล่าวและว่า ตนได้สอบถามไปยังยายของเด็ก

ซึ่งทราบว่ามาพักอาศัยอยู่ไม่ไกลจากนี้ ว่าจะช่วยเหลือหรือจัดการอย่างไรกับลูกและหลาน ได้รับคำตอบว่า จะไม่จัดการใด ๆ ขึ้นอยู่กับพวกเขา และจะไม่เอา พวกตนเห็นแล้วแม่คงเลี้ยงลูกไม่ไหว อยากให้หน่วยงานใดก็ได้ ช่วยเหลือเด็ก ๆ อยากให้เด็กอยู่ในที่ปลอดภัย อยากให้ชีวิตของเด็กดีกว่านี้ ไม่อยากให้อยู่แบบนี้ เพราะชาวบ้านเองจะให้เลี้ยงเองก็ไม่ไหว อยากให้มีคนช่วย

ขณะที่นางสมพรทิพย์ คงแก้ว ชาวบ้านที่ให้การช่วยเหลือป้อนข้าว ป้อนน้ำหนูน้อย เผยว่า ล่าสุดแม่ของเด็กหายไปตั้งแต่เมื่อวานเย็น ตอนนี้ยังไม่กลับมา จึงอยากให้มีหน่วยงาน หรือใครก็ตาม ช่วยเหลือเด็ก ๆ ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ได้มีที่อยู่ที่กิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ทีมกู้ภัยนำขนม นม และข้าวกล่องไปเยี่ยม พี่ชายพาน้องออกมานั่งอยู่ที่เพิงพักคนงานก่อสร้างริมถนน พบภาพ พี่ชายนั่งร้องไห้กอดกับน้อง เพราะเห็นคนลงมาจากรถตู้หลายคน กลั วว่าจะมีคนมาจับน้องไป ทั้งนี้ พบว่าเด็ก ๆ ตัวเล็กกว่าปกติ ร่างกายซูบผอม ตาเป็นสีเหลืองขุ่น คาดว่าเกิดจากร่างกายขาดสารอาหารมายาวนาน

ต่อมา น.ส.สมฤดี อายุ 24 ปี แม่ของเด็กได้กลับมาที่บ้านเพราะชาวบ้านโทรศัพท์ไปตาม ก่อนจะเผยว่า ตนมีลูกชาย 2 คน พ่อของเด็กอยู่เกาะลันตา จ.กระบี่ แต่แยกทางกัน จึงพาลูกกลับมาอยู่บ้าน แต่ไม่มีที่อยู่ พ่อของลูกก็ไม่เคยส่งเงินมาช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้ไปเช่าบ้านอยู่แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า เจ้าของบ้านจึงให้ออก จากนั้นมารู้จักชาวบ้านแถวนี้ สงสารจึงให้อยู่อาศัยในขนำ แต่ตนไม่ค่อยได้อยู่กับลูก ตนมีสามีใหม่ ต้องออกไปกรีดยางที่สวนของสามีใหม่ ซึ่งเป็นยางแก่ห่างออกไปประมาณ 5 กม. จะต้องเร่งน้ำยาง จึงต้องเก็บน้ำยางวันละหลายรอบ หากฝนไม่ตกกรีดยางจะได้วันละ 300 บาท แต่เป็นยางของสามีใหม่ ซึ่งเขาเองก็มีลูกอีก 1 คนที่ต้องเลี้ยง

ผู้เป็นแม่ ยังเผยทั้งน้ำตาว่า ถ้าหากมีที่อยู่ที่ดีกว่านี้ ตนก็อยากให้ลูกได้ไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ จึงอยากขอความช่วยเหลือ หรือหากใครจะรับลูกไปดูแลก็พร้อมจะยกให้ เพราะสงสารลูก

ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่กู้ภัยบรรเทาวังวิเศษ ได้เดินทางไปตรวจสอบขนำ ที่ชาวบ้านสงสารให้พักอาศัยพบว่า ไม่มีข้าวของเครื่องใช้ใด ๆ มีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ไม่มีอุปกรณ์เครื่องครัว สภาพเล็ก แคบ บริเวณโดยรอบปิดด้วยแผ่นไวนิล และผ้าห่ม นำมาปิดล้อมไว้ เพื่อสำหรับเป็นที่ซุกหัวนอนเท่านั้น โดยเจ้าของขนำ ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน จะพาไปนอนค้างด้วย ในตอนกลางคืน เพราะสงสาร และเกรงว่าเด็ก ๆ จะไม่ปลอดภัย