ศาลให้ประกันตัว ร.ต.อ. ทำปืนลั่นใส่เมีย

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก จากกรณีเมื่อเวลา 08.00 น.ที่ สน.ลาดพร้าว พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่าได้นำตัว ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง ผู้ต้องหาฆ่าภรรยาสาว ไปฝากขังที่อาญารัชดา ตั้งช่วงเช้าเนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และเข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่แรก อีกทั้งตัวผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด จึงไม่มีการคัดค้านการประกันตัว ส่วนคำให้การของผู้ต้องหา ขณะนี้ยังให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ได้ตั้งใจยิง แต่มีการยื้อแย่งจนเกิดปืนลั่น ซึ่งตัวผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะให้อย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจก็มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และได้นำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำให้การ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว ทั้งนี้ส่วนที่ผ่านมาผู้ต้องหาก็ได้มีการพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิต โดยแสดงเจตจำนงจะเยียวยาช่วยเหลือในเรื่องงานศพ อีกทั้งก็ยังไปร่วมเชิญดวงวิณญาณกับญาติของผู้ตาย ส่วนการแสดงออกดังกล่าวจะดูเลือดเย็นเกินไปหรือไม่ ทางตำรวจไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากขณะนั้นผู้ต้องหายังไม่รับสารภาพ แต่จากการพูดคุยกับผู้ต้องหาเมื่อคืนที่ผ่านมา มีอาการเครียดพอสมควร โดยยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะมีการแจ้งข้อกล่าวหาหนักที่สุดแล้ว หลังจากนี้จะอยู่ดุลยพินิจของศาล ในการพิจารณา

กระทั่งเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.สำรวย แสนสม พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้นำตัว ร.ต.อ.ทรงกรด บุญส่ง รอง สว.สส.สน.วังทองหลาง อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา กระทำผิดปืนลั่นใส่ น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี ภรรยา เข้าฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. – 4 ก.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก รอผลตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลตรวจศพจากสถาบันนิติเวช และหลักฐานอื่น ๆ

พฤติการณ์ในคำร้องระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ขณะที่ น.ส.พิมชฎาพร ผู้ตาย ซึ่งเป็นภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ของ ร.ต.อ.ทรงกรด นอนหลับพักผ่อนอยู่ ที่บ้านพักย่านคลองจั่นเพียงผู้เดียว และผู้ต้องหาซึ่งรับราชการเป็นตำรวจ หลังกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ กลับเข้ามาที่บ้านพักและเรียกให้ผู้ตายลงมาเปิดประตู เมื่อ น.ส.พิมชฎาพร ผู้ตายลงมาเปิดประตูแล้วก็ได้ขึ้นไปนอนต่อที่ชั้นสองของบ้าน ส่วนผู้ต้องหานั่งดื่มเบียร์ดูทีวี อยู่บริเวณชั้นล่าง จนถึงเวลาประมาณ 05.46 น. ผู้ต้องหาได้ขึ้นไปนอนกับ น.ส.พิมชฎาพร ตามปกติ แต่เนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่ผู้ต้องหาที่ไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว และเป็นเช่นนี้ประจำ น.ส.พิมชฎาพร เกิดความเบื่อหน่ายและบอกว่าเครียดอยากอยู่คนเดียว จากนั้น น.ส.พิมชฎาพร จึงเดินไปนอนอีกห้องและล็อกประตู ร.ต.อ.ทรงกรด จึงได้เดินตามไปและให้ผู้ตายเปิดประตู แต่ น.ส.พิมชฎาพร ไม่ยอมเปิด ผู้ต้องหาเกิดความโกรธจึงได้ใช้เท้าถีบพังประตูเข้าไป และดึงตัวผู้ตายมานอนที่ห้องตามเดิม แต่ผู้ตายไม่ยอมพร้อมบอกขอเลิก กับผู้ต้องหาและจะนำลูกไปด้วย จากนั้นได้เกิดการโต้เถียงทะเลาะกัน

น.ส.พิมชฎาพร จึงได้เดินลงมานอนบนโซฟาบริเวณชั้นล่างของบ้าน ผู้ต้องหาได้เดินตามลงมาและถืออาวุธปืนพกสั้นขนาด. 45 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำตัวตามลงมาด้วย และเดินเข้าไปหา น.ส.พิมชฎาพร จนโต้เถียงกันอีก ร.ต.อ.ทรงกรด ผู้ต้องหาเกิดความโกรธ จึงได้ใช้อาวุธปืนจ่อไปที่ศีรษะ น.ส.พิมชฎาพร เพื่อข่มขู่ แต่ผู้ตายใช้มือกำปืนไว้ จากนั้นปืนได้ลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกที่ศีรษะขมับด้านซ้ายเป็นเหตุให้ น.ส.พิมชฎาพรถึงแก่ความตายบนโซฟาในที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาเกิดความตกใจกลัว จึงได้แจ้งเหตุกับพนักงานสอบสวนว่าผู้ตายฆ่าตัวตาย จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีพยานหลักฐานยืนยันว่า ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง น.ส.พิมชฎาพรถึงแก่ความตาย จึงได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.ทรงกรด จากนั้นวันที่ 22 มิ.ย. ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่ 128 แยก 7 หมู่บ้านเสนาวิลล่า ถ.แฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิกรุงเทพฯ

สำหรับคดีนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยให้การว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่เป็นอุบัติเหตุ โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ระบุว่าหากผู้ต้องหาขอประกันตัว พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี และไม่มีพฤติการณ์ยุ่งเหยิงต่อพยาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังทางมารดาและทนายความของ ร.ต.อ.ทรงกรด ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล โดยจะใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 บาท

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.50 น. นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ เปิดเผยว่า ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว ร.ต.อ.ทรงกรด ผู้ต้องหาเนื่องจาก ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนไม่มีพฤติการณ์หลบหนีไม่มีการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานประกอบกับพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราวนี้จึงอนุญาตให้ประกันตัวตีหลักทรัพย์ 5 แสนบาทโดยไม่กำหนดเงื่อนไข ภายหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว ร.ต.อ.ทรงกรด เดินทางออกจากห้องควบคุมโดยสวมหมวกเเก๊ปสีน้ำตาลพร้อมหน้ากากอนามัย โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว เพียงเเต่ตอบนักข่าวว่า เสียใจ เสียใจมาก ไม่ได้ตั้งใจ พร้อมขึ้นรถยนต์สีขาว หน้ารถเขียนว่า”ข่าว” เดินทางออกไป