นี้และของจริง เต็กกอสอน ตำรวจแต่งซ้อน แนะรักมากต้องดูแลทั่วถึง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียบลต่างติดตามและต้องบอกว่านี้และตัวจริง จากกรณีเมียหลวงบุกงานแต่งสามีกับเจ้าสาว โดยมีแม่สามีเป็นคนนำไปที่ จ.ชัยนาท จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเชียลมีเดีย แต่มีอีกครอบครัวหนึ่งในประเทศไทยที่แต่งเมีย 7 รอบ คือครอบครัวของ เต็กกอ ขุนช้าง ขุนแผนประจำจังหวัดนครปฐม โดยมีภรรย า 7 คน และลูก 22 คน ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข

 

วันที่ 23 ก.พ. 64 นายสุพัฒน์ ธีรภาพสกุลวงศ์ อายุ 77 ปี เล่าว่า ชีวิตการอยู่ร่วมกับภรรย าทั้ง 7 คน ทุกคนอยู่ด้วยความเข้าใจกัน มีน้ำใจ มีเหตุผล โดยมีการพูดคุยกันก่อนที่จะมีคนใหม่เพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายเข้ามาชอบตนเองก่อน และเขาเหล่านั้นพร้อมที่จะมาอยู่กับตนแบบที่มีเมียหลายคนได้

 

ซึ่งตนได้มีการจัดงานแต่งงานให้กับเมียทุกคน ด้วยสินสอด 10,000 บาท เท่ากันทุกคน แต่ละคนก็ไปร่วมงานกันอย่างเปิดเผย ไม่มีเหตุทะเ ล าะวิ ว า ท เพราะทุกคนได้ทำการตกลงกันแล้วว่าจะอยู่ร่วมกัน หลังจากแต่งแล้วก็บริหารจัดการหมุนเวียนไปให้ความรักภรรย าเท่ากันทุกคน วันละ 1 คน เรียงคิวกันไปเรื่อย ๆ ซึ่งทุกคนพึงใจ ปัญหาในบ้านจึงไม่เกิด

ส่วนประเด็นที่ข่าวเมียหลวงบุกงานแต่งสามีโชว์ทะเบียนสมรสนั้น ตนมองว่าในมุมของผู้ชายนั้นไม่ผิด เนื่องจากความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม สามารถเกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไรก็ได้ แต่มนุษย์คนเราไปทำให้ความรักกลายเป็นความทุกข์ เพราะฉะนั้นก็ควรมีการพูดคุยเจรจาตกลงกันก่อน แต่ถ้าเหตุมันเกิดขึ้นไปแล้ว ก็แค่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ในส่วนของตนต้องดูแลทุกคนได้อย่างทั่วถึง และตกลงกันได้ ปัญหาก็จะไม่เกิด

 

 

 

ด้านของเ มี ยหลวงก็ต้องมาคุยตกลงกันว่าถ้าเรารักใครอีกคนเพิ่ม เนื่องจากเขาเป็นคนดี เป็นคนขยัน จะมาอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ สำหรับครอบครัวตน ภรรย าคนที่ 1 เป็นคนจัดเตรียมงานแต่งให้เ มี ยคนที่ 2-7 เองทั้งหมด และสำหรับเจ้าสาว ก็ต้องทำการพูดคุยด้วยเหตุผลว่าจะรับได้หรือไม่ถ้าจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่กันแบบไม่มีทะเบียนสมรส ซึ่งตนก็มองว่าทะเบียนสมรสเป็นแค่สัญลักษณ์ทางกฎหมายกับครอบครัวตน ภรรย าคนที่ 2-7 มีแต่คนเกี่ยงกัน โยนกันไปมาเรื่องจดทะเบียน จนกลายเป็นว่ามีภรรย าคนที่ 1 เพียงคนเดียวที่จดทะเบียน คนอื่นอยู่ด้วยกันเพราะความรัก แค่เป็นคนมีน้ำใจ มีเหตุผล ไม่ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไหนก็อยู่ร่วมกันแบบมีความสุขได้

 

นางนิตย า ธีรภาพสกุลวงศ์ อายุ 72 ภรรย าคนที่ 2 ของเต็กกอ เผยว่า ตนรู้จักกับเต็กกอตั้งแต่สมัยเรียน แต่เพิ่งมาชอบกันตอนโต ตอนนั้นก็ยอมรับว่ารักเต็กกอมาก เพราะเป็นคนพูดคุยอัธย าศัยดี และเป็นคนขยันจึงทำให้ตนหลงรักเต็กกอ ทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่าเต็กกอมีภรรยา ซึ่งเต็กกอก็เป็นคนพาไปรู้จักและแนะนำกับภรรย าคนที่ 1 จนกระทั่งมีการแต่งงานและมีลู กด้วยกัน ไม่นานก็มีภรรย าคนที่ 3 ซึ่งตนในฐานะที่หั วอกเป็นผู้หญิงก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่พอได้พูดคุยกับเต็กกอด้วยเหตุผลก็พอจะเข้าใจได้ ซึ่งตนก็นึกถึงลู กมาก่อนเสมอ และรู้สึกว่าแค่ได้อยู่กับลู กและเต็กกอ ตนก็มีความสุขมากแล้ว ไม่ได้อยากเรียกร้องสิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้

 

 

 

โดยเท่าที่อยู่กินกันมา เต็กกอไม่เคยมีปัญหาทะเ ล าะกับตนต่อหน้าลู กหลาน หากมีปัญหาก็จะเรียกขึ้นไปคุยบนห้องกันสองคน ด้วยความที่เต็กกอมีเหตุผล และรู้จักพูด ก็ทำให้ตนเข้าใจและค่อยข้างใจอ่อน กับลู ก ๆ ต่างมารดาตนก็รู้สึกว่าทุกคนคือลู กของตนเหมือนกัน เพราะคลุกคลีและเติบโตมาด้วยกันจนผูกพันกัน

นางนฤมล โพธิ์ทองนาค อายุ 39 ปี ลูกสาวเต็กกอ กับภรรย าคนที่ 4 บอกว่า ตลอดระยะเวลา 34 ปีกับการเติบโตในครอบครัวที่หลากหลายพี่น้อง และมีแม่ทั้งหมด 7 คน มองว่าเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างอบอุ่น ตนเรียกภรรยาทุกคนว่าแม่ เพราะรู้สึกว่าเขาเป็นแม่เราทุกคนจริง ๆ ไม่ว่าจะพี่น้องต่างมารดาหรือเหล่าภรรย าหลายคนของพ่อ ตนไม่เคยตั้งคำถามกับพ่อเลย เนื่องจากจำความได้ก็เห็นภรรยาทั้ง 7 คนแล้ว ซึ่งเขาดูแลเราอยู่ด้วยกันจนเกิดความเคยชิน แต่ก็มีคนรอบข้างมาถามตลอดว่าอยู่อย่างไรกับการมีแม่ 7 คน และมีพี่น้องหลายคน ซึ่งตนถูกตอบคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อย่างไม่มีอะไรน่าเขินอาย

 

สำหรับพี่น้องต่างมารดาคนอื่น ๆ ก็ช่วยเหลือตนมาด้วยตลอด ตอนเด็กก็เล่นเป็นเพื่อนกัน โตมาอีกหน่อยก็ช่วยสอนการบ้าน จนในขณะนี้ทุกคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานกันหมด ต่างอาชีพต่างสาขา ก็จะคอยช่วยเหลือกันตามความถนัดของแต่ละคน พ่อจะสอนตลอดว่าให้เป็น คนขยัน มีน้ำใจ และมีเหตุผลสามคำนี้เป็นสิ่งที่นำพาตนมาให้สู่ความสำเร็จ และใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีความสุขได้