การบินไทย พนักงานลาออก2000 คน

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซฌชียลต่างติดตามและออกความคิดเห็น และต้องบอกว่า ขอเป็นอีกกำลังใจให้ทุกคนสู้ๆ  ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2563 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน เปิดเผยว่า จากที่บริษัทประสบปั ญห าขา ดทุนอย่างต่อเนื่อง จนบริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา บริษัทยังมีการจัดเที่ยวบินขนส่งสินค้า การจัดเที่ยวบินรับคนไทยจากต่างประเทศกลับบ้าน การหารายได้จากการข ายอาหารของฝ่ายครัวการบิน และการขายของที่ระลึก Thai Shop แต่ไม่สามารถเทียบกับรายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร

นายชาญศิลป์ กล่าวต่อว่า บริษัทจึงดำเนินโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมใจเสียสละ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและยืดกระแสเงินสดออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการปรับตัวอย่างเข้มข้น เพื่อรองรับแผนฟื้นฟูในอนาคต โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 19ถึง28 ต.ค.2563 แบ่งเป็นโครงการร่วมใจจากองค์กร (MSP A) เป็นการลาออกจากบริษัทหากได้รับการอนุมัติฯ จะมีผลในวันที่ 1 ธ.ค.2563

และโครงการลาระยะยาว (Leave with 20 เปอร์เซ็น pay หรือ LW20) ซึ่งพนักงานจะได้รับเงินรายเดือนในอัตราร้อยละ 20 ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563ถึง30 เมษายน 2564 จากนั้นจึงมีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กร MSP B ซึ่งจะเปิดรับสมัครประมาณเดือนมีนาคม 2564 และหากได้รับการอนุมัติฯ จะมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564

นายชาญศิลป์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ปรากฏว่า บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน ได้รับความร่วมมือจากพนักงานในการเข้าร่วมโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร Mutual Separation Plan MSP เป็นอย่างดี โดยมีพนักงานตอบรับเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4,977 คน โดยเป็นการร่วมใจจากองค์กร MSP A จำนวน 1,918 คน โครงการลาระยะยาว LW20 จำนวน 2,699 คน และเข้าร่วมทั้ง 2 โครงการ LW20 MSP A จำนวน 360 คน

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้สื่อสารกับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ชัดเจน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงาน ซึ่งถือว่าพนักงานเป็นผู้เสียสละ ทั้งผู้ที่เสียสละเข้าร่วมโครงการ และผู้ที่เสียสละอยู่กับการบินไทยต่อไป เพื่อนำพาให้การบินไทยได้ก้าวไปข้างหน้า

ทั้งนี้ การบินไทยมีความมุ่งมั่นในการเป็นสายการบินที่ให้บริการขนส่งนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย และเป็นความภาคภูมิใจของชาติต่อไป